แทงไฮโลออนไลน์ จุดเริ่มต้นมหาศึก “เอล กลาซิโก้ เมืองไทย”

แทงไฮโลออนไลน์

ชลบุรี VS เมืองทอง ถูกนิยามเป็นศึก “เอล กลาซิโก้ เมืองไทย” อะไรคือจุดเริ่มต้นของสองมหาอำนาจลูกหนังที่ห้ำหั่นทั้งในและนอกสนาม Goal รวบรวมทั้งหมดไว้ที่นี่

แทงไฮโลออนไลน์ 1. ฉลามภูธร VS กิเลนเอกชน

จุดเริ่มต้นศึก “เอล กลาซิโก้ เมืองไทย” เกิดขึ้นในปี 2009 ยุคฟุตบอลลีกไทยแรกเริ่ม ชลบุรี เอฟซี ทีมภูธรของ ที่ชูความเป็นฟุตบอลบ้านๆสู่ความเป็นฟุตบอลอาชีพที่ยืนได้ด้วยตัวเอง “ฉลามชล” มีจุดเด่นในเรื่องบริหารทีมด้วยงบประมาณจำกัด สร้างเยาวชนของตัวเองสู่การเป็นนักเตะอาชีพ รวมถึงมีกองเชียร์หมายเลข 12 ที่แห่ไปให้กำลังใจทั้งในบ้านและนอกบ้านอย่างหนาตาเป็นทีมแรกของลีกไทย

ขณะที่ เมืองทอง ยูไนเต็ด คือทีมน้องใหม่เงินถังที่มี สยามกีฬา หนุนหลังและเป็นทีมฟุตบอลเอกชนที่ชัดเจนที่สุดในยุคแรกที่ก้าวลงมาในธุรกิจฟุตบอล ไต่จาก ด.2 สู่ ด.1 และขยับขึ้นบนบนไทยลีกแบบจบด้วยแชมป์ รวมถึงแฟนบอลที่มีรูปแบบการเชียร์แบบเป็นสากลมีกลุ่ม “อุลตร้า” เป็นซัพพอร์ตเตอร์ ส่งให้ “กิเลนผยอง” สถาปนาก้าวขึ้นมาเป็นทีมมหาอำนาจลูกหนังไทยในเวลาอันรวดเร็ว

ด้วยความยิ่งใหญ่แบบไม่มีใครยอมใครทำให้ทั้ง “ฉลามชล” และ “กิเลนผยอง” กลายเป็นลิ้นกับฟัน เจอกันทุกครั้งก็เหมือนยักษ์ชนยักษ์ “ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ” จนมีคำเปรียบเปรยในวงการลูกหนังของสองยักษ์แดนสยามว่า “ชลบุรีไม่เคยคว้าแชมป์ไทยลีกตั้งแต่มีเมืองทองขึ้นมาบนลีกสูงสุดฉันใด เมืองทองก็ไม่เคยคว้าแชมป์บอลถ้วยเอฟเอคัพเพราะชลบุรีฉันนั้น”

2. การเมืองลูกหนัง

ในสนามฟุตบอลทั้งสองทีมต่อสู้กันเข้มข้น นอกสนามก็สู้กันแย่งอำนาจแบบคมเฉือนคม ชลบุรี เอฟซี ของ อรรณพ สิงห์โตทอง บอสฉลามชลมีจุดยืนชัดเจนทุกครั้งในสนามเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯว่าไม่เอา วรวีร์ มะกูดี ขณะที่ เมืองทอง ยูไนเต็ด ของ ระวิ โหลทอง เจ้าสัวใหญ่สยามกีฬา ก็พร้อมสนับสนุน “บังยี” แบบใจแลกใจ เมื่อต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนและต่อสู้กันมานานเกือบทศวรรษ มีแพ้มีชนะมีเฉือนคมตามสไตล์สองผู้ยิ่งใหญ่มากบารมีที่มีแนวคิดแตกต่างแต่ไม่แตกแยก แต่โดยรวมและความเป็นจริงทั้งสองฝ่ายต่างร่วมกันปลุกกระแสและสร้างฟุตบอลลีกไทยให้เข้มแข็ง จนเป็นกีฬายอดนิยมของแฟนบอลไทยในปัจจุบัน